Posted on

พ่อตั้งรางวัล 1 แสนบาท ให้ผู้แจ้งเบาะแส ผอ.อ้อย หายตัวลึกลับนาน 2 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าข้างลำห้วยผึ้ง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเจ้าหน้าที่ ตร.กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ยังคงพากันลุยป่าติดตามค้นหาร่างของ ผอ.อ้อย

ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 2 เดือนที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งนายวิทยา เกษแก้ว สามีของ ผอ.อ้อย และญาติพี่น้อง มั่นใจว่า บริเวณนี้จะต้องเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ ผอ.อ้อย เนื่องจากมีชาวบ้านที่พากันมาหาดักหนูบริเวณพบว่า มีรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม. และพบว่า มีชาย 4 คน แต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ ดังนั้น สามีและบรรดาญาติพี่น้อง จึงได้พากันมาตรวจค้นหาบริเวณนี้อย่างละเอียด แต่ว่าจากการตรวจค้นทั่วทั้งป่าก็ยังไม่พบเบาะแสร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่อย่างใด

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวของตนหายตัวไป ตนและญาติพี่น้องออกค้นหาอ้อยลูกสาวของตนทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิง เดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาว ที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์ เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว ตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้

นายบุญเลิศ กล่าวต่อไปว่า ตนขอประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

Posted on

รองผบ.กกล.สุรนารี บินให้กำลังใจครอบครัว “ผอ.อ้อย” ลั่นไม่เลี้ยงทหารเลว

ร่ำไห้! แม่ผอ.อ้อย วอน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารีช่วยตามหาลูกสาวที่หายไป ด้านกองกำลังสุรนารีประกาศไม่อุ้มคนผิด ตะเพิดทหารร้อยเอกเจ้าปัญหาออกนอกพื้นที่แล้ว

(15 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ได้ตั้งชุดทำงานคลี่คลายคดีนี้ และได้ออกหมายเรียกให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อกล่าว ตามข่าวที่ไดนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. (15 ส.ค.) ที่บริเวณสนามหน้า ร.ร.บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ที่หายตัวไป โดยขณะนี้ระยะเวลาที่หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน 12 วันแล้ว ยังไม่วี่แววว่าจะพบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด ซึ่ง พ.อ.สรชัช ได้พบกับพ่อแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ และปรากฏว่า นางแหลม ได้ร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนาต่อหน้าคณะนายทหารและบรรดาประชาชนทั่วไปที่มาให้กำลังใจ

นางแหลม กล่าวว่า ขณะนี้ตนและญาติพี่น้องทุกคนมีความห่วงใย น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก เพราะว่ามีความเป็นห่วงมาก จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ขอให้พบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ บรรดาญาติพี่น้องได้พากันออกเดินลุยป่าที่สงสัยว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ หลายวันติดต่อกันแต่ว่าไม่พบ ขอให้ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะได้ช่วยติดตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ให้ด้วย

พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม ผบ.กองกำลังสุรนารี ให้มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตนขอยืนยันว่า ทหารจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผิดถูกอย่างไรว่ากันไปตามกฏหมาย และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ในการสอบสวนและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทางหน่วยทหารยินดีที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ออกไปนอกพื้นที่แล้ว เพื่อให้บรรดาญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีความนสบายใจ ตนขอยืนยันว่า กองทัพบกมีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่มีการเข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน ขณะนี้รอผลการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวน และจะมีการดำเนินการสอบสวนทางวินัยกับ ร.อ.ศุภชัย ต่อไป