Posted on

รัวครึ่งหลัง! “เรือใบ” ฟอร์มดุถล่ม “ชุดขาว” เละเทะ 4-1

ฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 ที่ลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด

เกมนี้มี 5 ประตูเกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด โดย เรือใบสีฟ้า ขึ้นนำก่อนถึง 4-0 จาก นิโกลัส โอตาเมนดี้ นาที 52, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาที 58, จอห์น สโตนส์ นาที 66 และ บราฮิม ดิอาซ นาที 81

ฝั่ง ราชันชุดขาว มาตีไข่แตกได้หนึ่งประตูช่วงท้ายเกมจาก ออสการ์ โรดริเกวซ ได้ยิงนอกกรอบเขตโทษเข้าไปอย่างสุดสวย

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 4-1 โปรแกรมนัดถัดไป ซิตี้ จะพบกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันที่ 30 กรกฏาคม ส่วน เรอัล มาดริด จะทำศึกเอลกลาซิโก้นอกรอบกับ บาร์เซโลน่า

Posted on

6 สมัย! “แข้งลุงแซม” เฉือน “จาเมกา” 2-1 ซิวแชมป์คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ

สหรัฐอเมริกา เฉือนชนะ จาเมกา 2-1 คว้าแชมป์ฟุตบอล คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2017 ไปครอง

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาเหนือ “คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2017” รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามลีวายส์ สเตเดี้ยม ในเมืองซานตา คลาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นการพบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา พบกับ จาเมกา

ผลปรากฎว่า เริ่มเกมเจ้าถิ่นครองเกมได้เหนือว่า แต่กว่าจะได้ประตูต้องรอถึงช่วงท้ายครึ่งแรก จากการยิงฟรีคิกระยะ 30 หลา ของ โจซี่ อัลติดอร์ สหรัฐอเมริกานำ 1-0 ครึ่งหลัง จาเมกา ไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าบุก จนตีเสมอได้สำเร็จนาที 50 จากการแประยะเผาขนของ เจวอร์น วัตสัน จาเมกาตีเสมอ 1-1

หลังจากนั้นเกมสูสีจนน่าจะต้องเล่นถึงต่อเวลาพิเศษ แต่แล้วก่อนหมดเวลา 2 นาที กองหลังจาเมกาโหม่งติดขา คลิ้นท์ เดมพ์ซีย์ บอลไปถึง จอร์แดน มอร์ริส ยิงประตูชัยให้ สหรัฐอเมริกา เฉือนชนะ จาเมกา 2-1 คว้าแชมป์คอนคาเคฟ โกลด์ คัพไปครองเป็นสมัยที่ 6 ส่วน จาเมกา เข้าชิง 2 ครั้ง ได้รองแชมป์ทั้ง 2 ครั้ง

Posted on

“มาร์คิซิโอ” ซัดเบิ้ล! “ม้าลาย” เฉือน “เปแอสเช” ท้ายเกม 3-2

ทัพเบียงโคเนรี่ได้ประตูชัยจากลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกมช่วยให้เอาชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปได้ 3-2 ฟุตบอล ICC 2017

ฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 ที่สนาม ฮาร์ด ร็อค สเตเดี้ยม เปแอสเช ใช้ อัลโฟนเซ อเรโอลา ลงเฝ้าเสา คู่กองหลัง เพรสแนล คิมเพมเบ้ จับคู่กับ ติอาโก้ ซิลวา แดนกลาง แบลส มาตุยดี้, ธิอาโก้ มอตต้า และ มาร์โก แวร์รัตติ แนวรุก อังเคล ดิ มาเรีย, ลูคัส มูรา และ เอดินสัน คาวานี เป็นกองหน้าตัวเป้า

ทางฝั่งม้าลายยูเวนตุสมี จานลุยจิ บุฟฟอน ลงเฝ้าเสา คู่กองหลัง จอร์จิโอ คิเอลลินี และ เมห์ดี้ เบนาเตีย แดนกลาง ซามี เคดิรา ทำเกมร่วมกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ แนวรุก ฮวน กิลเยอร์โม กัวดราโด้, เปาโล ดีบาลา และ มาริโอ มานด์ซูคิช โดยมี กอนซาโล อิกวาอิน

ครึ่งแรกทั้งสองทีมผลัดกันเป็นฝ่ายครองเกมและมีโอกาสได้ลุ้นประตู แต่เป็นทางทีมม้าลายได้ประตูขึ้นนำในนาที 45 จากจังหวะที่ กอนซาโล อิกวาอิน ได้บอลก่อนทำชิงกับ เปาโบ ดีบาลา หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว อัลโฟนเซ อเรโอลา เข้าประตูไป ยูเวนตุสนำ 1-0

ครึ่งหลังมีรายการการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นกันทั้งสอง และเป็นทีมม้าลายได้ลุ้นในนาที 51 มัตเตีย เด ชิโญ ไหลบอลให้ สเตฟาโน สตูราโร ได้ซัดแต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

เปแอสเชได้ประตูตีเสมอในนาที 53 จากจังหวะที่ เลย์แว็ง คูร์กซาวา หักบอลกลับมาให้ อังเคล ดิ มาเรีย เลี้ยงหลุดเข้าไปดวลกับ จานลุยจิ บุฟฟอน ก่อนแตะบอลต่อไปให้ กอนซาโล กูเอเดส ได้ซัดเข้าประตูไปโล่งๆ เปแอสเชตีเสมอ 1-1

ทัพม้าลายมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาที 62 จากจังหวะที่ มอยเซ คีน ฉกบอลมาจากแนวรับเปแอสเช ก่อนไหลบอลให้ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ได้ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบคานสุดสวย ยูเวนตุสนำ 2-1

เปแอสเชพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอในนาที 75 จากจังหวะที่ เลย์แว็ง คูร์กซาวา ตบบอลเข้ากลางให้ โจวานนี โล เซลโซ จับบอลก่อนได้ซัดด้วยซ้ายเหน่งๆแต่ คาร์โล ปินโซโญ ยังปัดเอาไว้เยี่ยม

เปแอชเชได้ประตูตีเสมอในนาที โจวานนี โล เซลโซ โยนบอลข้ามมาให้ เลย์แว็ง คูร์กซาวา จับบอลก่อนเปิดเข้ากลางให้ ฮาเวียร์ ปาสตอเร โหม่งเข้าประตูไป เกมกลับมาเสมอกัน 2-2

ท้ายเกมนาที 87 ทีมม้าลายมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เพรสแนล คิมเพมเบ้ ได้เบียดสกัด มอยเซ คีน ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันทีและเป็น เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ยูเวนตุสนำ 3-2

จบเกมเป็นยูเวนตุสเอาชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปได้ 3-2 โดยโปรแกรมนัดถัดไปจะพบกับโรมา คู่แข่งร่วมลีกในรายการ ICC Cup ส่วนทางเปแอสเชจะเดินทางกลับไปลงเล่นเกมซูเปอร์คัพกับโมนาโกในวันที่ 30 กรกฏาคมนี้